Thursday, May 19, 2011

จางวางทั่ว พาทยโกศล (2428-2481)

จางวางทั่ว พาทยโกศล เกิดเมื่อ พ.ศ. 2428 เป็นบุตรของหลวงกัลยาณมิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล) กับนางแสง พาทยโกศล ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2481 รวมอายุ 57 ปี เป็นนักดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 6

ประวัติ
บิดามารดาของท่านเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 5 จางวางทั่วจึงได้เรียนดนตรีจากบิดามารดา นอกจากนี้ก็ได้ศึกษากับครูคนอื่นๆ เพิ่มเติมจนมีฝีมือหาตัวจับได้ยาก โดยเฉพาะฆ้องวงและระนาดเอก
สมัยรัชกาลที่ 5 ท่านได้รับหน้าที่ควบคุมวงปี่พาทย์ของเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ ต่อมา ถูกขอตัวมาอยู่ในวงปี่พาทย์กับสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ในระหว่างนี้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ซึ่งเป็นสมเด็จพระพี่นางเธอในกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ท่านเป็นจางวางในพระองค์ท่าน คนทั่วไปจึงเรียกว่า จางวางทั่ว ต่อมา ท่านได้รับคัดเลือกทำปี่พาทย์ถวายตัว โดยเป็นผู้ตีฆ้องวงเล็กแข่งขันได้ "ชั้นหนึ่ง" พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญราชรุจิเงินเป็นบำเหน็จ
สมัยรัชกาลที่ 6 จางวางทั่วได้รับหน้าที่เป็นครูสอนเพลงไทย ประจำกองแตรวงทหารเรือ ต่อมาเป็นครูสอนประจำกองแตรวงทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ จน พ.ศ. 2475 ก็ลาออก อีกสองปีต่อมา ท่านได้แต่งเพลงชาติเป็นทำนองแบบไทย ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการนำออกบรรเลงหลายครั้ง ต่อมาภายหลังมิได้ใช้ เพราะไปใช้ทำนองสากลแทน

ผลงาน
นอกจากฝีมือการเล่นดนตรีแล้ว ท่านยังได้แต่งเพลงอีกเป็นจำนวนมาก มีทั้งประเภทเพลงตับ และเพลงเกร็ดต่างๆ
  • ประเภทเพลงตับ ได้แก่ ตับลาวเจริญศรี (เป็นผู้เรียบเรียง), ตับชุดแขกไทร เป็นต้น
  • ประเภทเพลงเกร็ด ได้แก่ เขมรเอวบาง (เถา), เขมรพวง (เถา), เขมรปากท่อ (เถา), เขมรเขียว (เถา), แขกสาหร่าย (เถา),ดอกไม้ร่วง (เถา), โอ้ลาว (เถา), เขมรเหลือง (เถา), เขมรครวญ (เถา), เขมรน้อย (เถา), พม่าห้าท่อน (เถา), ฯลฯ เป็นต้น
นอกจากนี้ ท่านยังมีผู้สืบเชื้อสายทางดนตรีที่มีชื่อเสียง คือ อาจารย์เทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล และคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ ซึ่งเป็นบุตรธิดาของท่านเอง

แหล่งข้อมูลอื่น
สุดยอดคลิปการเล่นแผ่นเสียงเพลงไทยเดิมที่นักเรียนดนตรีไทยต้องดู เพราะนี่คือการรวมผลงานการประชันของครูดนตรีไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นการบันทึกเสียงลงบนจานเสียงสยามปาเต๊ะร่องกลับทาง ในชื่อเพลงทยอยนอก มะโหรี โดยมีครูเพลงที่เล่นและบันทึกลงแผ่นดังนี้ จางวางทั่วเล่นระนาด นายบัวเล่นซออู้ นายจักรเล่นซอด้วง นายชื่นบรรเลงขลุ่ย นายจันเล่นฆ้องเล็ก

ประวัติของจางวางทั่ว พาทยโกศล: เป็นบุตรของทับ พาทยโกศล และนางแสง พาทยโกศล เกิดวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2424 จังหวัดธนบุรี พาทยโกศลเป็นตระกูลนักดนตรีไทยเก่าแก่มาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ศึกษาดนตรีไทยจากครอบครัวคือ ปู่ทองดีและบิดา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญปี่พาทย์ประจำวงของเจ้าคุณประภากรวงศ์ และเป็นคนซอสามสายที่มีชื่อเสียงมาก มารดาได้รับยกย่องเป็นผู้ดีดจะเข้ฝีมือชั้นครูดนตรีเจ้านายฝ่ายใน ในสมัยรัชกาลที่ 5

ผลงานของท่านในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงปี่พาทย์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตขอตัวมาประจำวง "ปี่พาทย์วงวังบางขุนพรหม" และได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันแสดงฝีมือตีฆ้องวง หน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้ร่วมวงกับนักดนตรีที่ชนะเลิศเครื่องมือต่างๆ ในครั้งนั้นรวม 8 คน ตั้งวงปี่พาทย์เครื่อง 5 ส่วนพระองค์และพระราชทานชื่อว่า "ปี่พาทย์ฤาษี" 



พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน พ.ศ. 2409-2492)

พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน พ.ศ. 2409-2492) เป็นนักดนตรีไทย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระยาเสนาะดุริยางค์เป็นบุตรคนโตของครูช้อย และนางไผ่ สุนทรวาทิน. ได้ฝึกฝนวิชาดนตรีจากครูช้อยผู้เป็นบิดา จนมีความแตกฉาน ต่อมาเจ้าพระยาเทเวศน์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว. หลาน กุญชร) ได้ขอตัวมาเป็นนักดนตรีในวงปี่พาทย์ของท่าน. ท่านเข้ารับราชการ เมื่อ พ.ศ. 2422 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนเสนาะดุริยางค์” ในปี พ.ศ. 2446 ตำแหน่งเจ้ากรมพิณพาทย์หลวงจึงโปรดให้เลื่อนเป็น “หลวงเสนาะดุริยางค์” ในปี พ.ศ. 2453 ในตำแหน่งเดิมจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เลื่อนเป็น “พระเสนาะดุริยางค์” รับราชการในกรมมหรสพหลวง และได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ด้วยความซื่อสัตย์ และมีความจงรักภักดี ท่านจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาเสนาะดุริยางค์” ในปี พ.ศ. 2468
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านได้รับมอบหมายให้ควบคุมวงพิณพาทย์ของเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) เสนาบดีกระทรวงวัง วงพิณพาทย์วงนี้ นับได้ว่าเป็นการรวบรวมผู้มีฝีมือ ซึ่งต่อมาได้เป็นครูผู้ใหญ่ เป็นที่รู้จักนับถือโดยทั่วไป เช่น ครูเทียบ คงลายทอง ครูพริ้ง ดนตรีรส ครูสอน วงฆ้อง ครูมิ ทรัพย์เย็น ครูแสวง โสภา ครูผิว ใบไม้ ครูทรัพย์ นุตสถิตย์ ครูอรุณ กอนกุล ครูเชื้อ นักร้อง และครูทองสุข คำศิริ
ด้านครอบครัว ท่านสมรสกับ คุณหญิงเรือน เสนาะดุริยางค์ ซึ่งมาจากตระกูลมอญบางไส้ไก่ มีบุตร-ธิดา 4 คน คือ
  • คุณเลียบ บุณยรัตพันธุ์
  • คุณเลื่อน ผลาสินธุ์
  • นายเชื้อ สุนทรวาทิน
  • คุณเจริญใจ สุนทรวาทิน
และมีบุตร-ธิดา กับภรรยาท่านก่อนอีก 2 คน คือ
  • คุณช้า สุนทรวาทิน
  • นายเชื่อง สุนทรวาทิน
พระยาเสนาะดุริยางค์ ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2492 เมื่อมีอายุได้ 83 ปี

ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Link : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C_(%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A1_%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99)

คุณปู่ช่อ สุนทรวาทิน (พ.ศ. ๒๔๓๙-๒๕๐๐)

นายช่อ สุนทรวาทิน เกิดในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีวอก พ.ศ. ๒๔๓๙ เป็นบุตรคนสุดท้อง (คนที่ ๓) ของนายชื่น สุนทรวาทิน (น้องชายพระยาเสนาะดุริยางค์ แช่ม สุนทรวาทิน) และนางหนู (พี่สาวแท้ ๆ ของจางวางทั่ว พาทยโกศล) มีพีสาวคนหนึ่งชื่อชั้น (สุนทรวาทิน) อักษรทับ และพี่ชายชื่อฉัตร ทั้ง ๓ คนพี่น้องนี้เป็นนักดนตรีมีความสามารถสูงทุกคน เมื่อเด็กเรียนดนตรีจากครูทองดี ชูสัตย์ หลวงกัลยามิตตาวาส (ทับ พาทยโกศล) และจางวางทั่ว พาทยโกศล ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายแท้ ๆ นับเป็นศิษย์ที่หลวงกัลยามิตตาวาส เคี่ยวเข็ญมามากที่สุดคนหนึ่ง จึงเป็นผู้มีความรู้ในทางดนตรีดีมาก รวมทั้งมีฝีมือดีมากด้วย สามารถเล่นดนตรีได้ดีทุกชนิด ยกเว้นปี่ ตีขิมเพราะมาก ตีระนาดก็เยี่ยม ที่ถนัดมากที่สุด คือ ฆ้องวง ซึ่งเคยชนะที่ ๑ ในการประชันพิณพาทย์ที่วังบางขุนพรหม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ โดยปกติเป็นคนสมองดี จำเพลงแม่น และได้เพลงมากจึงเป็นครูที่มีความรู้ความสามารถอย่างดีฝีมือฆ้องใหญ่ ซออู้ ขิม นั้น ดีมากที่สุดทั้ง ๓ ชนิด และเป็นคนฆ้องประจำวงปี่พาทย์บ้านวัดกัลยาณมิตรของครูจางวางทั่วมาตลอด เคยสอนดนตรีอยู่ในโรงเรียนราชินี สอนและควบคุมวงดนตรีบ้านใหม่อยุธยา ของนายสังเวียน เกิดผล มีศิษย์หลายคน อาทิ เช่น กำนันสำราญ เกิดผล นายวิเชียร เกิดผล ฯลฯ รวมทั้งได้มีส่วนปลุกฝังดันตรีไทยในจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๖-พ.ศ. ๒๔๘๕ อีกด้วย ท่านแต่งงาน ๓ ครั้ง มีภรรยาชื่อ เล็ก ชื่อ วาด ซึ่งไม่มีบุตรสืบสกุล ส่วนคนที่ ๓ ชื่อ หอม มีบุตรีคนหนึ่ง สีซออู้เพราะมาก ชื่อ "หอมหวล" ท่านถึงแก่กรรมระหว่างงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ (พ.ศ. ๒๕๐๐) ที่จังหวัดอยุธยาโดยอาเจียนเป็นโลหิต เพราะเป็นโรคปอด (วัณโรคเรื้อรัง) มานาน รวมอายุได้ ๖๑ ปั ได้ทำการฌาปนกิจศพที่วัดบำรุงธรรม อำเภอบ้านใหม่ จังหวัดอยุธยา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑.

ที่มา : อารดา กีระนันท์ (เรียบเรียงจาก บทความ "สยามสังคีต" ของ นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล คำบอกเล่าของคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ และคำบอกเล่าของนายสังเวียน เกิดผล.)
Link : http://mulinet3.li.mahidol.ac.th/elib/cgi-bin/opacexe.exe?op=dig&lang=0&db=MUSIC&pat=code&cat=aut&skin=u&lpp=16&catop=&scid=zzz&ref=A:@522&nx=1